2005/Sep/15

สัปดาห์ที่ผ่านมาระหว่างหนูต้นกำลังแต่งองค์ทรงเครื่องเตรียมตัวไปทำงานนั้น... เด็จแม่ก็เดินหน้าตาแตกตื่นเข้ามาบอกว่า...

ป้ายเลขที่บ้าน โดนพวกยกไปอีกแล้ว....

เวร... ที่นี้บุรุษไปรษณีย์จะรู้เลขที่บ้านกระผมไหมวะ(ครับ)..... สองเดือนที่แล้ว...พวกก็พาแกะตู้ไปรษณีย์ไปแล้ว...

ตอนนี้ที่บ้านไม่มีป้ายเลขที่บ้านและตู้ไปรษณีย์ อนาถใจเจิงๆๆๆ...... คุณโจรครับกรุณาช่วยหากินวิธีอื่นได้ไหมครับ....คนเขาเดือดร้อนเฟ้ย...

+++++++++++++++++++++++

มาต่อกันวันที่ 2 เลยนะครับ...(12 สิงหาคม) ขออภัยที่รูปเยอะครับ

คุยกะเพื่อนผู้จัดการที่ไปด้วย ชวนให้อยู่ต่ออีกคืนหนึ่ง.... (ฮิๆๆๆ แผนสูงกะให้มาช่วย share ค่าโรงแรม)

เพื่อนโอโค......แต่สิ่งที่ต้องหนูต้นต้องทำคือการโทรไปเลื่อนตั๋วขากลับอะ...

ขอบอกว่างานนี้โง่ส่วนตัว..... "ห้ามลอกเลียนแบบ....." กระผมโทรกลับเมืองไทยครับ... เรื่องเลื่อนตั๋วให้เพื่อนครับ...

+++เอิ้ก++++ ค่าโทรกะค่าโรงแรมจะคุ้มไหมเนี่ย....

โทรกลับเมืองไทย ไอ้คุณสำนักงานก็ปิดแย้ว... เลยโทรกลับให้เพื่อนช่วยก็ไม่สำเร็จ...โทรในสิงค์โปรก็ไม่รู้เบอร์อะ.. ต่อมความโง่เริ่มลดลงเมื่อขากลับก่อนเดินขึ้นห้อง แวะถาม Front ขอเบอร์ Ticketing ของ SQ ได้เบอร์มาปุ๊บก็คว้ามือถือปุ๊บเตรียมกด

คุณ Front ทำหน้าสลดปนสมเพศ ค่อยๆ พูดว่า " Sir, I'm afraid SQ call center is closed, why don't you call in the morning?"

ฮือๆๆๆ ครายจะไปรู้ฟะว่าปิดแล้ว (เหลือบมองดูนาฬิกา ตี 1 ฟ่าๆแล้ว)ไม่เป็นไรพรุ่งนี้ก็ได้.. (ต่อมโง่ยังไม่เลิกทำงาน) หลังจากที่ลากสังขารขึ้นห้อง อาบน้ำขัดขี้ไคลเสร็จก็ปาไปตีหนึ่งแย้ว (บ้านเราแค่เที่ยงคืนเองอะ...ยังไม่ง่วงเลยอะ)คุยเล่นกะเพื่อนที่ไปด้วยจนหลับคาเตียง...

ตอนเช้ารีบกระหืดกระหอบตื่นมาเพื่อจะจัดการโทรเลื่อนตั๋ว... โทรหา Front อีกครั้งเพราะว่าเบอร์ที่จดไว้เอาไปวางทิ้งที่ไหนก็ไม่รู้... หลังจากที่นอนเต็มอิ่มต่อมความโง่พิการชั่วคราว ก็เพราะว่า คุณ Front แนะนำให้ลงมาที่ Business Center ของโรงแรม..(สงสัยจะทนความอนาถของกระผมม่ายได้)

คุณเจ้าหน้าที่จะจัดการเลื่อนตั๋วให้คร้าบ.... ที่สำคัญฟรีด้วย... (ก็บริการเป็นเลิศยังนี้มันรวมอยู่ในค่าห้องสุดอลังการแล้วจ้า)

สิ่งที่ฟรีอีกอย่างหนึ่งก็คือ หนังสือพิมพ์ The Stratts Times ที่แขวนไว้หน้าห้องตอนเช้า (หัวข้อข่าวยอดฮิตของตอนที่ไป คือ เพื่อนบ้านทะเลาะกัน, ขนาดแค่ด่ากัน คนด่าโดนปรับแสนเหรียญ เป็นบ้านเราเอาปืนมาไล่ยิงกันแล้ว.. จุดเริ่มต้นของปัญหาคือแค่เล่นเปียโนเสียงดังเท่านั้นอะ)

=========================

ทาง HP ยังคงเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารเช้าอีกครั้ง ที่ Cafe' ของโรงแรมสืบทราบมาว่า buffet มื้อนี้แพงอลังการ(แบบเว่อร์) ก็คุณพี่เล่นคิดต่อหัวเบาะๆ 48++ SGD แต่กินฟรีงานนี้เลยไม่ได้คิดอะไรมาก..โหะๆๆ ถ้าให้ออกเองสงสัยจะต้องพกมาม่าติดไปเป็นแน่

หนูต้นรับ Omlette และอื่นๆอีกมากมายกินจนพุงปลิ้น ตุนเอาไว้ เพราะว่าหลังจากมื้อนี้แล้วต้องออกเองเด้อ.... ไข่ของโรงแรมนี้แปลกตรงที่ว่า คุณ Chef ไม่ต้องตอกไข่โป๊กๆ ทีละฟอง แต่ไข่เล่นมาเป็นถุงพลาสเจอร์ไลท์ ฉีกปุ๊บเทพรวดออกมาพร้อมบริการแขกได้ทันทีเลย..

+==================+

หลังจากอิ่มหมีพลีมันก็ได้เวลาเช็คเอาท์ย้ายโรงแรมไปอยู่ที่ใหม่. Strand Hotel บนถนน Bencoolean ซึ่งอยู่อีกหัวถนนหนึ่งของ Orchard ถ้าจะเดินมาโรงแรมนี้จริงๆจากที่เดิม ก็เหมือนเดินจากโรบินสันบางรักมาสวนลุมอะไรทำนองนั้น...


โรงแรมนี้ภายนอกดูดีพอใช้ แต่ด้วยความงกน้ำเช็ดกระจกไงไม่ทราบ กระจกเลยดูขมุกขมัวพิกล ด้วยค่าที่นอกคืนละ 80 SGD เลยไม่ค่อยประทับใจเท่าไร (อารมณ์และการตบแต่งได้ Feel โรงแรมต่างจังหวัด)

รีบเอาของไปเก็บที่โรงแรมใหม่แล้วต้องรีบจัดทัวร์สิงค์โปร์ฉบับ Version ย่อให้เจ้านายเพราะว่าพี่เค้าต้องกลับ flight เย็นนี้ตอน6 โมง ว่าแล้วจึงใช้บริการ MRT หรือรถไฟฟ้าใต้ดินจากสถานี Dholby Ghaut ที่อยู่ใกล้โรงแรมตะลุยสิงค์โปร์ฉบับเร่งด่วน

สิ่งแรกที่เราไปดูก็คือ Fountain of Wealth หรือน้ำพุแห่งโชคลาภ (ค่าชมฟรี)ที่ Suntec City เค้า Proundly present ว่าเป็นน้ำพุที่ใหญ่ที่สุดในโลก... แต่ผมว่าที่อื่นมันน่าจะใหญ่กว่านี้นะ...

เราสามารถเดินไปที่ตรงกลางแล้วเอามือขวาเดินวนๆ 3 รอบ อธิษฐานขอพร...(ช่างสรรหาจุดขายมาหลอกล่อนักท่องเที่ยวจริงๆ) น้ำพุนี้เริ่มโชว์ตอนเที่ยงตรงเป็งๆ ถ้าใครจะดูให้สวยแนะนำให้มาตอนค่ำดีกว่าเพราะว่าเอาแสงสีเข้าช่วยน่าจะโอเคนะ...

เสร็จแล้วก็รีบวิ่งกระหืดกระหอบไปทัวร์เป็ด (Duck Tour) ค่าชม 33 SGD/ Pax ที่จองไว้รอบ 12:30 ทัวร์เป็ดกะทัวร์ฮิปโปเป็นญาติโกโหติกากันใครอยากขึ้นมาได้ที่ Suntec ตึก5 ได้เลยครับ(เริ่มรอบแรก 10:00 จ้า)..

สำหรับ Duck Tour นั้นผมstrongly recommend ว่าถ้าใครเดินตะลุยแถวย่าน Fullerton , City Hall ได้, ไม่แนะนำให้เสียเงินไป 33SGD ไปครับเพราะว่าแพงไปฮิๆๆๆ สำหรับ 1 ชั่วโมง(เสียดายตังค์อะ)แต่ถ้าต้องการทัวร์แบบเร่งรัดก็แนะนำครับ สิ่งที่ได้ก็คือ น้ำฟรี 1 ขวดคร้าบ (ห้ามกินบนเจ้า Duck Tour อีกต่างหาก)

ทำไมคุณสิงโตถึงโทรมปานนี้จ๊ะ....(ผิดกะตอนกลางคืนจริงๆอะ)

หลังจากนั้นชาวคณะก็กระหืดกระหอบวิ่งไปขึ้นๆ ลงๆ สถานี MRT ไป China Town พาคุณเจ้านายไปดูย่านเยาวราชของสิงค์โปร์กัน.. การเดินทางแสนสะดวกจริงๆ รถไฟฟ้าโผล่กลาง China Town เลย..

ใครคิดว่าย่าน China Town บ้านเค้าจะเหมือนเยาวราชบ้านเราก็คิดใหม่ได้เขอะ.... เท่าที่เดินเกือบๆ ชั่วโมงหนึ่งยังหาร้านทอง, ร้านขายชำแบบตลาดเก่าไม่เจอเลยอะ.. แต่สิ่งที่ดูเหมือนจะคล้ายๆกันก็คือร้านขายหมูแผ่น, หมูหยอง... (ราคาหวีดสยองมากเลยสำหรับหมูแผ่น คือ กิโลละพันกว่าบาทอะ)

ครายอยากจะซื้อพวงกุญแจ, ของชำร่วยราคาถูกแนะนำให้มาที่นี้ครับ อย่างเช่น พวงกุณแจในเมืองขาย อันละ 25 เหรียญที่นี้ขาย 5 อัน 10 เหรียญ เป็นต้น... แถมยังต่อรองราคากะแม่ค้าได้อีก ขานักช๊อปแห่งไทยแลนด์ไม่ควรพลาด

เดินไปอีกไม่ถึง 5 นาทีเราก็จะเจอวัด Srimahamariman ที่ตั้งอยู่ในย่าน China Town แปลกดีครับปกติน่าจะมีศาลเจ้าจีนอยู่ใน China Town แต่ม่ายเห็นมี เยื้องๆ วัดเราก็จะเจอมัสยิดอยู่เช่นเดียวกัน

ข้างนอกสวยจัง อยากไปดูข้างในอะ..

เนื่องจากกว่าจะมาถึง China Town ก้อปาไปบ่าย 3 แล้ว (ซึ่ง Flight ของนายจะ depart ตอน 6 โมง) ดังนั้นเลยทำให้อดเข้าไปดูหลายอย่าง....ฮือๆๆๆ

เจ้านาย Request ขอไปดูพันธ์ทิพย์แห่งสิงค์โปรย่าน Sim Lim Square ซึ่งอยู่อีกฝั่งของเมือง...

ก่อนไปขอชักภาพกับตึกที่เคยสูงที่สุดในสิงค์โปรเมื่อประมาณ 50 ปีที่แล้ว (ตึกขวามือนะจ๊ะ....สูงแค่ 6ชั้นเองอะ) เขาเล่ากันว่าตึกนี้เป็นที่ฮ๊อตฮิตในอดีตที่คนนิยมมาฆ่าตัวตายกันที่นี้....อุ๊ย...เสียว...

กระหืดกระหอบไป Sim Lim Square ก็ปาไป 4 โมงกว่าๆ แล้ว... คงเป็นการเดินที่ดูของที่ใช้เวลาสั้นมากๆ เดิน 5 นาที เจ้านายก็ต้องรีบเผ่นไปสนามบินแล้ว.... ซึ่งหมูเฮาก็คงใช้วิธีเดินปนวิ่ง escort เจ้านายไปเอากระเป๋าที่ฝากไว้ที่โรงแรมใหม่...

เหอะๆๆๆๆ ขาบวมเป๋งเลยอะ.... ส่งเจ้านายขึ้น Taxi เสร็จ หาข้าวหม่ำดีกว่า...โชคดีที่ตรงกันข้ามมีศูนย์อาหาร 24 ชม..ด้วยความอยากลองเลยลองอาหารแขกไปเลย... มื้อนี้แพงกว่าชาวบ้านเขา 8 SGD แน่ะ ประกอบด้วยโรตี, ไก่ทันดูรี และ แกงมัสมั่นไก่.. อร่อยทุกอย่างยกเว้นเครื่องเคียงครับ...

พักขาซักพักคืนนี้ตะลุยไนท์ซาฟารีกันดีกว่า....

การเดินทางเราใช้วิธีนั่งรถไฟฟ้าไปลงสถานี Choa Chu Kang แล้วไปต่อรถเมล์สาย 927

Night Safari เปิดตอน 1 ทุ่มครับ ใครไปด้วยรถเมล์เนี่ยต้องทำเวลาหน่อย..เนื่องจากกว่าจะดูโชว์จบก็ปาไปเกือบ 5 ทุ่มแล้ว.. ดังนั้นถ้ารถไฟฟ้าหมด... เจอนั่งรถ taxi มีสิทธิ์หมดตัวได้นะครับ เพราะว่าหลังเที่ยงคืนที่นี้จะชาร์ท 50% เพิ่มจาก fare ปกติ รถไฟฟ้าและรถเมล์ที่นี้ใช้บัตรเติมเงินได้ใครเที่ยวแบบซำเหมาอย่างผมแนะนำให้ซื้อครับสะดวกดี

สำหรับบัตรเติมเงินใช้บนรถเมล์นั้นมีวิธีการใช้ดังนี้

  • ก่อนขึ้นให้เอาบัตรทาบเครื่องอ่านก่อนขึ้น..
  • ตอนลงก็อย่าลืมเอาบัตรทาบเครื่องอ่านก่อนลง จะ deduct ค่าให้..แถมมีใบเสร็จมาให้ 1 ใบ

นั่งรถเมล์มาประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึง Night Safari ครับ ค่ารถเมล์จากสถานีรถไฟฟ้าแค่ประมาณ 1 เหรียญเอง.... ชำระค่าเข้าบวก Tram (เพราะเดินไม่ไหวแล้ว) 22 SGD ครับ...

ด้วยความซวยไงไม่ทราบ คนต่างแห่แหนมาเที่ยว Night Safari กันมืดฟ้ามัวดินทำให้ต้องรอคิว Tram กันนาน. แถมพอกำลังจะขึ้นก็เจอกรุ๊บทัวร์เวียดนามวิ่ง 4x 100 ส่งเสียงโว้กแวก แซงคิวไปแย่งที่นั่งบน Tram อีกต่างหาก...

เลือดขึ้นหน้าเลยจัดการพ่นภาษาอังกฤษสำเนียงไทยไล่ให้กลับไปนั่งที่เดิม.... (แต่ก็ยังมิวายส่งเสียงตะโกนโวยวายตอนเวลานั่งดูสัตว์)

สำหรับ Night Safari ผมว่าบ้านเราเอา Safari World ไปแข่งได้สบาย.... เพราะว่าที่นี้ฮิตเอาควาย, เอาวัว ทุกชนิด มาโชว์อะ...ตั้งแต่วัวแดง, ควายไถนา, กระทิง กระต่าย ฯลฯ นี้ถ้าไม่มาดูไกลถึงสิงค์โปรคิดว่าทัวร์ฟาร์มโชคชัยซะอีก...(ขาดก็แต่รีดนมวัวโชว์อะ)

ดูโชว์เสร็จอย่างที่บอก.. ก็ห้าทุ่มกว่าๆแล้ว... เลยต้องรีบวิ่งกระหืดกระหอบขึ้นรถเมล์ไปสถานีรถไฟฟ้า... ทันรถไฟฟ้ารอบสุดท้ายพอดี...

มีเรื่องหน้าแตกก็คือผมดันเอ๋อ..หยิบบัตรรถไฟฟ้าใต้ดินของบ้านเราไป "ตื้ด" ก่อนขึ้น... พอขาลงก็เลยเอาบัตรเติมเงินบ้านเขาไปทาบก่อนลง... เครื่องเจ้ากรรมก็เลยร้องซะ.... กระผมก็ช้าอยู่ใย...วิ่งซิครับ.... (มาอ่านดูค่าปรับตอนหลังพบว่าถ้าจับได้..โดนค่าปรับอานเลย)

ยังเปรี้ยวไม่พอ...พวกผมก็เลยนั่งรถไฟฟ้า(ขบวนสุดท้าย) ไปลงสถานี Farrer Park ไปร้านเจ๊เล๊งแห่งสิงค์โปร์ ใจกลาง Little India "ร้านมุสตาฟา"

ร้านมุสตาฟา เปิด 24 ชั่วโมงครับ ซึ่งกว่าเราจะไปถึงร้านก็ปาไปเที่ยงคืนแล้ว.... คนแออัดยัดเยียดกันในร้านอย่างกะแจกฟรี.. และยิ่งดึกเท่าไรก็คนยิ่งเยอะ... (ไม่หลับไม่นอนกันหรอพี่) ข้าวของในร้านหนักไปทางประตูน้ำ(สำหรับเสื้อผ้า).. สำหรับของกินค่อนข้างถูกกว่าที่อื่นครับ..

ตัวอย่างเช่น กาแฟ Starbuck มุสตาฟ่า 2.80 SGD แต่ 7-11 ปาไป 4.80 เหรียญแน่ะค่ะ..

เดินเล่นอยู่ร้านมุสตาฟ่าถึงประมาณตี 1 ฟ่าๆ... ซื้อของฝากให้ตัวเองเป็น Pringle ยักษ์ 2 กระป๋อง...

หุๆๆๆ รถไฟฟ้าหมดแล้ว... รถเมล์ก็หมดเช่นกัน... เหลือแต่รถ Taxi ..ทำไงดีเนี่ย(ไม่อยากเสียเงินเยอะเลย)....

-->ผมก็เลยเดินจาก Little India มาโรงแรมที่พัก...ไม่ไกลเท่าไรหรอกครับแค่ประมาณ 3 โลเอง......

เดินจนตีนระบมเลย....ถึงโรงแรมเกือบๆ ตีสาม...สลบเหมือดเลยครับ....

+++++++++++++++++

ขอบคุณที่ติดตามนะครับ...ยังไม่จบครับเดี่ยวจะมาอัพต่อครับ...อดใจอีกนิดนะครับ.....

2005/Sep/13

วันนี้ขอเอาของเดิมจากบ้านเก่ามาแปะรอพลางๆ ไปก่อนนะครับ...

อยากจะให้เจ้าเมืองและนายช่างของบ้านเก่ากลับมาดีกันอย่างเดิม แต่...รู้สึกว่าตอนหลังข่าวคาวของเจ้าเมืองจะออกแนวบ้าอำนาจและความโลภเข้าสิง จนทำให้ชาวบ้านคนอื่นเขาเดือดร้อนกันหมด...

ถ้าเลือกได้.... ขออัปเปหิ ชยันโต ไล่เจ้าเมืองออก ครับ...

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า... "ความโลภไม่เข้าใครออกใคร... ความซวยเลยบังเกิดกะคนอื่น..."

-------------------------------------

ตะลุยเกาะแก้วพิศดาร ตอนที่ 1

ดองเค็มมานานวันนี้หนูต้นภูมิใจนำเสนอ.....มินิซีรีส์ "ผู้จัดการไฮโซบ้านนอก....ตะลุยเกาะแก้วพิศดาร" กันนะครับ (รูปเยอะหน่อยขออภัยล่วงหน้าคร้าบ)

------------------------------------

มูลเหตุของ trip อินเตอร์เนชั่นเนล ของหนูต้นในครั้งนี้เกิดจากการแข่งขันอย่างดุเดือดในการขาย Unix Server มูลค่าหลายสิบล้าน ให้แก่บริษัทของหนูต้น ระหว่างค่ายคอมพิวเตอร์ยักษ์ใหญ่สองค่ายอันได้แก่ ยักษ์ใหญ่สีฟ้า นามว่า IBM VS HP คู่แข่งสูสีที่จ่อคอหอยมาติดๆ..

กลยุทธ์การแข่งขัน ทั้งด้านลดราคากระหน่ำซัมเมอร์เซลล์, ซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง และอื่นๆ อีกมากมายต่างถูกงัดเข้ามาใช้จูงใจทั่นนายหญ่ายของหนูต้น รวมถึงอัญเชิญไปดูงานนอกแดนสารขัณฑ์ ก็ไม่สามารถโน้มน้าวใจในการกัดฟันของท่านได้... จนกระทั่งยักษ์ใหญ่ 2 ค่ายยอมเฉือนเนื้อ..ฉับ..ขายเครื่องแบบขาดทุน (ลดลงมากว่า 70%)

ทั่นนายหญ่ายเลยคว้าโอกาสทองเซ็นต์สัญญาซื้อเครื่องปุ๊บ...

เมื่อเซ็นต์ซื้อเสร็จปุ๊บ.. ฝ่าย IT ของหนูต้นเลยพลอยได้รับอานิสงค์ไปดูงานนอกแดนสารขันต์..... เอิ้กๆๆๆ กินฟรี ไปฟรี ครายจะไม่ชอบเน้อ.... (แอบทวงด้วยขอบอก)

เอาละ...พร้อมยังคับ....

Diarist prepare to take off!!!!

take off....จ้า...

--------------

เนื่องจากในการเดินทางไปดูงานนอกแดนสารขันฑ์ของหนูต้นครั้งนี้เป็นการเดินทางไปต่างประเทศในรอบหลายปี

ซึ่งกำหนดการเดิมนั้นแค่ 2 วัน 1 คืน เท่านั้น...ดังนั้นแล้วหนูต้นก็เลยจัดการขอเลื่อนไฟลท์กลับเพิ่มอีก 2 วัน 2 คืน..รวมเริงร่า ณ.เกาะแก้วพิศดารทั้งสิ้น 4 วัน 3 คืน...

แต่คืนที่อยู่ต่อนั้น.... ออกเองนะครับซึ่งก็ม่ายเป็นไรคับ... ประหยัดค่าตั๋วเครื่องบินกะอาหาร 3 มื้อแรก (อย่างหรู) ก็โอละครับ...

เอาไรไปดีหนอ....

เริ่มเต็มกระเป๋าแย้ว..

ด้วยความบ้านนอกหรือไงไม่ทราบ...น้ำหนักกระเป๋าผมจึงปาไป 13 กิโลแน่ะ..ซึ่งกว่าจะจะจัดเสร็จก็ปาไปตี 4 แย้ว!!

เผลอหลับไปแป๊บตื่นมาตอนตี 5 ฟ่าๆ เอิ้กๆๆๆ นัดหมู่มวลสมาชิกตอน 6 โมงตรงเป๊ะ..ดันปวดอุนจิอีก.. (เวลารีบๆ มักจะปวดอุนจิทุกที) รีบให้คุณน้องสวมวิญญาณตีนผีบึ่งไปส่งดอนเมือง..ถึงตอน 6.15 น. เกือบพลาดไป..

<สิ่งที่ขาดไม่ได้.... พาสปอร์ตและกำหนดการเดินทาง>

กระหืดกระหอบรีบเข้ามาเช็คอินเสร็จตอน 6:30

ในที่สุดก็ได้คุณบอร์ดดิ่งพาสที่พาไปยังเกาะแก้วพิศดารในครั้งนี้.. ได้โกอินเตอร์ของจริงแล้วคราวนี้...

เจ้า SQ61 ม้านิลมังกรที่จะพาหนูต้นและชาวคณะไปเกาะแก้วพิศดารในครั้งนี้

เผลอแป๊บเดียวไวเหมือนโกหก ตอนนี้หนูต้นและชาวคณะอยู่บนเกาะแก้วพิศดารแล้ว... ตื่นเต้นม้ากๆ.. เรียก Taxi จาก Changhi เข้าไปที่โรงแรม 15 SGD

ทางคุณสปอนเซอร์พาหมู่เฮาชาวคณะไปเก็บข้าวเก็บของที่โรงแรม traders บนถนน Cuscaden ที่ตัดกะถนนสีลมสิงค์โปร(ออร์ชาด) คล้ายๆกะสีลมตัดสุรศักดิ์ทำนองนั้นอะ..

โรงแรมไม่เล็กไม่ใหญ่รับประกันคุณภาพโดยแชงกรีล่า...

วิวอลังการงานสร้างจริงๆๆๆ หุๆๆ หนูต้นแอบถาม rate ได้ความว่า ค่าที่พักเบาะๆแค่ 159 SGD / Night (ราคาโปรแล้วนะเนี่ย ปกติ 200++)เอิ้ก..กะอยู่ต่อซะหน่อย...แต่ไม่ไหวขืนอยู่กระเป๋าฉีกแน่ๆ...

เอากระเป๋าเก็บปุ๊บ...ทาง HP ก็จัดการเลี้ยงอาหารกลางวันที่โรงแรม (งานนี้ได้ข่าวว่า HP กระเป๋าฉีก ครั้งที่ 1) ***

ตกบ่าย 2 ได้เวลาอันควรหมู่เฮาจึงได้เรียก taxi ไป HP Lab ณ.เกาะแก้วพิศดารอันเป็นจุดประสงค์ในการเดินทางครั้งนี้... (ค่า taxi 8 เหรียญ)

ระหว่างทาง....เจอคู่แข่งรายใหญ่ที่คนในวงการเฟอร์นิเจอร์ไทยกลัวหนักกลัวหนา....ได้ข่าวว่าเร็วๆนี้จะมาเปิดสาขาที่เมืองไทยนะครับ...สาวก IKEA เตรียมกระเป๋าฉีกได้เลย...

(ปล. เฟอร์นิเจอร์เกือบร้อยละ80 Made in Thailand กะ China ขอบอก...)

|
|
|
|
|
V

ใช้เวลาประมาณแค่ 10 นาทีก็ถึง HPSingapore บนถนน Alexandra

หมู่เฮาชาวคณะใช้เวลาเต็มอิ่ม 3 ชั่วโมง

ชมเทคโนโลยีหรูหราอลังการงานสร้าง ซึ่งในเร็วๆนี้คงจะเลือกเตรียมไว้ให้บริการคุณลูกค้าของบริษัทหนูต้นเร็วๆนี้ ***

|
|
|
|
V

เมื่อดูงานเสร็จ ทาง HP จึงพานั่ง taxi ออกจากเมืองไปกินอาหารทะเลแถวๆ East Coast ชื่อร้าน Long Beach

Chilli Crab อาหารยอดฮิตของที่นี่เขา... แต่ผมว่าปูผัดผงกระหรี่บ้านเราอร่อยกว่าอะ และ น้ำจิ้มซีฟู้ดบ้านเราอร่อยกว่าเยอะ.....งานนี้ HP กระเป๋าฉีกรอบ 2 ครับ... ***

หลังจากหม่ำกันพุงกาง ตามประสาหนุ่มโสดจึงให้taxi ไปส่งที่ Merlion Park เดินท่องราตรี ย่อยอาหารกัน..

ณ.จุดนี้นอกจากจะเห็นม้านิลมังกร (อุ๊ป.... Merlion) สัญลักษณ์ประจำชาติแล้วเรายังจะเห็นวิวของ Espernald (ตึกทุเรียน) ของสิงค์โปรอีก

ตึกทุเรียน ที่เขากะเอามาแข่งกะ Sydney Opera House อะ..

เจ้า Merlion -->ครายมาสิงค์โปรไม่มาถ่ายรูปกะเจ้านี้..เขาว่ากันว่ามาไม่ถึง

หลังจากนั้นวิญญาณขี้งกเข้าสิง.. เดินอย่างเดียวไม่พึ่ง Taxi ที่นี้แล้วครับ... ที่แอบขำก็คือ..หลงทางครับแม้จะมีแผนที่ (ก็พี่หัวหน้าหยิบ version จีนกลางมา..อ่านไม่ออก ก็เลยเดินหลงคลำกันสุด)

ก่อนออกเดินแวะเติมพลังด้วยไอติมก้อนตัด ..ก้อนละ 1 SGD

City Hall หลังเก่า (ด้วยความโก๊ะ เลยเดินเลยไม่เห็นทั่นเซอร์รัฟเฟิล version ดำ)

Suprem Court หลังเก่า หน้า Padang (สนามหลวงสิงค์โปร์)

รัฐสภาใหม่... (ด้วยความโก๊ะจาก แผนที่ Version จีนกลาง มารู้วันที่ 4 ว่าเคยเดินมาแล้วนี่หว่า)

เดินจากรัฐสภาไปขึ้นรถไฟฟ้าที่สถานี City Hall แล้วไปขึ้นสถานี Orchard เดินต่อไปยังโรงแรมครับถึงโรงแรมตอนเที่ยงคืนครับ...

สรุปในวันแรกเดินไปทั้งสิ้นเกือบ 5 ชั่วโมงครับ.. สำหรับ trip ประจำวันที่ 11 สิงหาคม ขอจบเพียงเท่านี้ก่อนนะครับ..เดี่ยวมาต่อวันหลังนะครับ

+++++++++++++++++++

ปล.แอบเสียดายอย่างมากม้าย...เนื่องจากด้วยความซวยอย่างไรไม่ทราบ.. ได้ seat ทั้งขาไปและขากลับตรงทางเดินพอดี. ประกอบกับ flight 99% full ดังนั้นเพื่อไม่เป็นการรบกวนท่านอื่นจึงไม่ได้(แอบถ่ายแอร์ SQ) "เลยอดมาเทียบความสวยระหว่างพี่สมเปิ้ลและน้องยาเลย.."

*** เพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาทกับทางเจ้าหน้าที่ HP ประกอบกับเทคโนโลยีบางอย่างเป็นความลับจึงจำเป็นต้องงดถ่ายรูปครับ... (ทั้งที่อยากจะถ่ายใจจะขาด)


edit @ 2005/09/24 12:10:59

2005/Sep/11

ย้ายบ้านมาอยู่ที่ http://tonn.exteen.com แล้วครับ

ขอจัดการข้าวของซักพักนะครับ.....หวังว่าบ้านนี้จะอบอุ่นเหมือนเคยนะครับ....


edit @ 2005/09/11 09:14:16
edit @ 2005/09/11 09:14:44
edit @ 2005/09/13 17:33:10
edit @ 2005/09/13 17:33:56